เลเซอร์ 101 : เลือกอย่างไรให้คุ้มค่า ปลอดภัย และเห็นผลจริง
💡 Beginner Guide to Laser
เลเซอร์ 101 : เลือกอย่างไรให้คุ้มค่า ปลอดภัย และเห็นผลจริง
“อยากผิวดี ต้องทำเลเซอร์”
ประโยคนี้อาจทำให้หลายคนเริ่มมองหาคลินิกและเครื่องเลเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด แต่ในความเป็นจริง เลเซอร์ไม่ใช่ทางลัดที่เหมาะกับทุกคน และไม่ใช่ทุกเครื่องที่ให้ผลลัพธ์เหมือนกัน
บทความนี้จะช่วยปรับความเข้าใจผิด (Myths) เกี่ยวกับเลเซอร์ พร้อมแนะแนวคิดแบบแพทย์ผิวหนัง เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และคุ้มค่ากับผิวของตัวเอง
1) เลเซอร์ทุกเครื่อง “ไม่เหมือนกัน” และไม่ใช่ one-size-fits-all หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือ “เลเซอร์ก็เหมือน ๆ กัน ยิงอะไรก็ช่วยผิว” ในทางการแพทย์ เลเซอร์ถูกออกแบบมาให้ แก้ปัญหาเฉพาะทาง และแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักตามกลไกการทำงาน
🔹 Ablative Lasers (เลเซอร์แบบมีแผล) เลเซอร์กลุ่มนี้จะทำงานโดยการ ผลัดผิวชั้นบนออกบางส่วน เหมาะกับปัญหาที่ต้องการการซ่อมแซมเชิงโครงสร้าง เช่น
- หลุมสิวลึก
- ริ้วรอยชัด
- ติ่งเนื้อ ไฝ หูด หรือ Syringoma
ข้อดีคือผลลัพธ์ชัดเจน แต่ต้องมี downtime และต้องดูแลหลังทำอย่างเคร่งครัด
🔹 Non-ablative Lasers (เลเซอร์แบบไม่มีแผล) เป็นเลเซอร์ที่ส่งพลังงานลงไปใต้ผิว โดย ไม่ทำลายผิวชั้นบน เหมาะกับการดูแลผิวระยะยาว เช่น
- ลดรอยดำ รอยแดง
- กำจัดขน
- ลบรอยสัก
- กระตุ้นคอลลาเจนแบบค่อยเป็นค่อยไป
ผลลัพธ์จะดูเป็นธรรมชาติและปลอดภัยกว่าในชีวิตประจำวัน
➡️ สรุป : เลือกเลเซอร์ผิดประเภท = เสียเงิน แต่ไม่ตรงปัญหา
2) เทคโนโลยี “ ใหม่กว่า ” ไม่ได้แปลว่า “ ดีที่สุด ” เสมอไป หลายคนมองหาเครื่องรุ่นใหม่ล่าสุด แต่ในมุมแพทย์ สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ประสบการณ์การใช้งาน + หลักฐานทางการแพทย์
- เครื่องที่อยู่ในตลาดมานาน มักมีข้อมูลวิจัยและผลลัพธ์จากผู้ใช้จริงจำนวนมาก
- แพทย์สามารถคาดการณ์ผลลัพธ์และผลข้างเคียงได้แม่นยำกว่า
- เครื่องดี แต่ใช้ไม่เป็น → ผลลัพธ์ไม่ดี และเสี่ยงต่อผิว
เลเซอร์ไม่ใช่แค่ “กดปุ่มยิง” แต่คือการปรับพลังงาน ความลึก และเทคนิคให้เหมาะกับผิวแต่ละคน
3) เลเซอร์ไม่ใช่ “ ทางรอดเดียว ” ของผิว อีกหนึ่ง Myth ที่พบบ่อยคือ “ทำเลเซอร์แล้ว ไม่ต้องทาสกินแคร์ก็ได้” ในความจริง
- เลเซอร์ = ตัวช่วย (Add-on) สำหรับปัญหาที่สกินแคร์แก้ไม่ได้
- Skincare = พื้นฐาน ที่ทำให้ผลลัพธ์ของเลเซอร์อยู่ได้นานและปลอดภัย
การทากันแดด มอยส์เจอไรเซอร์ และดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ “คุ้มกว่า” จากการทำเลเซอร์
4) เลเซอร์ไม่ได้ทำให้ผิวบาง และไม่ทำให้ “ติดเลเซอร์” ความกลัวที่หลายคนค้นหาบ่อยคือ “ทำเลเซอร์บ่อย ๆ ผิวจะบางไหม?”
คำตอบคือ ❌ ไม่จริง หากทำอย่างถูกต้อง
- เลเซอร์ที่เหมาะสมจะกระตุ้นการสร้าง Collagen & Elastin
- ทำให้โครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้น ไม่ใช่บางลง
- เมื่อหยุดทำ ผิวจะกลับไปเสื่อมตามวัยและสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ
ไม่ใช่แย่กว่าก่อนเริ่มทำ
5) ไม่ใช่ทุกคนจะเหมาะกับเลเซอร์ตัวเดียวกัน ก่อนตัดสินใจทำเลเซอร์ แพทย์ผิวหนังจะพิจารณาหลายปัจจัย เช่น
- สภาพผิวและเป้าหมาย (ใส / กระชับ / ลดรอย)
- ความไวต่อความเจ็บ
- ไลฟ์สไตล์ (โดนแดดบ่อย สูบบุหรี่ ใช้ยาบางชนิด)
- งบประมาณ และความคาดหวังของคนไข้
➡️ เลเซอร์ที่เหมาะกับคนหนึ่ง อาจไม่เหมาะกับอีกคน แม้จะทำเครื่องเดียวกันก็ตาม
🩺 Checklist สำหรับมือใหม่
📝 Checklist เตรียมตัวก่อนมาพบคุณหมอ (Pre-Laser Prep) เพื่อให้ผิวพร้อมรับพลังงานเลเซอร์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงผิวไหม้หรือระคายเคือง
- หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด : งดการอาบแดด หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ ก่อนทำเลเซอร์ ( ผิวที่เบิร์นแดดมาจะเสี่ยงต่อการเกิดรอยดำหลังเลเซอร์ได้ง่ายขึ้น )
- พักผิวจากสารผลัดเซลล์ : งดใช้สกินแคร์กลุ่ม Retinol (วิตามิน A), AHA, BHA หรือการสครับหน้าอย่างน้อย 3-7 วัน เพื่อไม่ให้ผิวไวต่อแสงจนเกินไป
- แจ้งประวัติสุขภาพ : หากมีประวัติเป็นเริม (Herpes) บริเวณที่จะทำ หรือกำลังทานยาในกลุ่มรักษาสิว (Isotretinoin) ควรแจ้งให้คุณหมอทราบก่อนเสมอ
- งดการถอนหรือแว็กซ์ : (สำหรับการเลเซอร์กำจัดขน) ควรใช้วิธีการโกนแทนการถอนหรือแว็กซ์ก่อนมาประมาณ 1 วัน เพื่อให้ยังมีรากขนไว้ให้เลเซอร์จับพลังงาน
- หน้าสดดีที่สุด : วันที่มาทำแนะนำให้ล้างหน้าให้สะอาด ไม่แต่งหน้า หรือทาครีมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหนาๆ มา
🧴วิธีดูแลผิวหลังทำเลเซอร์ (Post-Laser Care)หลังทำเลเซอร์ ผิวอาจจะมีอาการแดง อุ่นๆ หรือบวมเล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติ การดูแลในช่วงนี้คือ “ปลอบประโลมและป้องกัน”
- 24 ชั่วโมงแรก : งดการล้างหน้าด้วยโฟม (ใช้น้ำเปล่าหรือน้ำเกลือซับเบาๆ แทนได้) และหลีกเลี่ยงการโดนน้ำอุ่นจัด
- เติมความชุ่มชื้น : เน้นทามอยส์เจอไรเซอร์กลุ่มที่ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว (Ceramide, Aloe Vera) เพื่อลดอาการแห้งลอกและคัน
- กันแดดคือ “พระเอก” : ผิวหลังเลเซอร์จะไวต่อแสงมาก ต้องทากันแดดที่มี SPF 30-50+ เป็นประจำทุกวัน แม้อยู่ในอาคาร และเลี่ยงแดดจัดอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
- ห้าม “แกะ เกา ถู” : หากมีสะเก็ดเล็กๆ เกิดขึ้น (โดยเฉพาะเลเซอร์กลุ่ม Pico หรือ CO2) ปล่อยให้หลุดไปเองตามธรรมชาติ การแกะอาจทำให้เกิดรอยดำหรือแผลเป็นได้
- งดกิจกรรม “ความร้อน” : งดการเข้าซาวน่า การออกกำลังกายหนักๆ ที่เหงื่อออกเยอะ หรือการว่ายน้ำในสระคลอรีนในช่วง2-3 วันแรก

❓ FAQ เลเซอร์ผิวหนัง (Laser FAQ) คำถามที่พบบ่อยก่อนตัดสินใจทำเลเซอร์
Q: ทำเลเซอร์กี่ครั้งถึงเห็นผล?
A: ขึ้นกับชนิดเลเซอร์และปัญหาผิว ส่วนใหญ่ 3–5 ครั้งขึ้นไป
Q: ทำเลเซอร์แล้วหน้าแดงกี่วัน?
A: ตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมง ถึง 3–7 วัน ขึ้นกับชนิดเลเซอร์Q: เลเซอร์แพงกว่าสกินแคร์ ทำไมต้องทำ?
A: เพราะเลเซอร์สามารถแก้ปัญหาที่สกินแคร์เข้าไม่ถึง เช่น หลุมสิวลึก ปาน รอยสัก
❓ เลเซอร์คืออะไร และช่วยเรื่องผิวอะไรได้บ้าง? เลเซอร์ (Laser) คือเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานแสงความยาวคลื่นเฉพาะ ยิงลงไปในชั้นผิวเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะจุด เช่น
- หลุมสิว
- รอยดำ รอยแดง
- ฝ้า กระ
- ปาน รอยสัก
- กำจัดขน
- กระตุ้นคอลลาเจนและปรับคุณภาพผิว
เลเซอร์แต่ละชนิดถูกออกแบบมาให้ทำงาน “ต่างหน้าที่” ไม่สามารถใช้แทนกันได้ทั้งหมด
❓ เลเซอร์ทุกเครื่องให้ผลลัพธ์เหมือนกันหรือไม่?
ไม่เหมือนกัน
เลเซอร์แต่ละเครื่องมีความแตกต่างด้าน
- ความยาวคลื่น
- ความลึกที่พลังงานลงไป
- เป้าหมายของพลังงาน (เม็ดสี เส้นเลือด คอลลาเจน หรือรากขน)
การเลือกเครื่องที่ไม่ตรงปัญหา อาจทำให้ไม่เห็นผล หรือเกิดผลข้างเคียงได้
❓ เลเซอร์แบบ Ablative และ Non-ablative ต่างกันอย่างไร?
- Ablative Laser : ทำลายผิวชั้นบนบางส่วน เหมาะกับหลุมสิวลึก ริ้วรอยชัด แต่มี downtime
- Non-ablative Laser : ไม่ทำลายผิวชั้นบน เหมาะกับรอยดำ รอยแดง กระตุ้นคอลลาเจน ฟื้นตัวเร็ว
แพทย์จะเลือกชนิดเลเซอร์จากปัญหาผิวและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน
❓ เทคโนโลยีเลเซอร์ใหม่กว่าดีกว่าเสมอจริงไหม?
ไม่เสมอไป เครื่องที่อยู่ในตลาดมานานมักมีข้อมูลวิจัยและผลลัพธ์จากผู้ใช้จริงจำนวนมาก
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ประสบการณ์ของแพทย์ในการใช้เครื่องนั้นอย่างถูกต้อง
❓ ทำเลเซอร์แล้วผิวจะบางหรือไม่?
ไม่ทำให้ผิวบาง เลเซอร์ที่เหมาะสมจะกระตุ้นการสร้าง คอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้โครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้น ไม่ใช่บางลง
❓ ถ้าหยุดทำเลเซอร์ ผิวจะกลับมาแย่กว่าเดิมไหม?
ไม่จริง เมื่อหยุดทำเลเซอร์ ผิวจะเสื่อมตามวัยและสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ ไม่ได้ทำให้ผิวแย่กว่าก่อนเริ่มทำเลเซอร์
❓ เลเซอร์จำเป็นต้องทำควบคู่กับสกินแคร์หรือไม่?
จำเป็น เลเซอร์เป็น Add-on สำหรับปัญหาที่สกินแคร์แก้ไม่ได้ แต่ สกินแคร์คือพื้นฐาน ที่ช่วยให้ผลลัพธ์ของเลเซอร์อยู่ได้นานและปลอดภัย
❓ ทำเลเซอร์กี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
ขึ้นกับชนิดเลเซอร์และปัญหาผิวโดยทั่วไปต้องทำ 3–5 ครั้งขึ้นไป และเว้นระยะตามคำแนะนำแพทย์ เลเซอร์ไม่ใช่การรักษาครั้งเดียวจบในทุกกรณี
❓ หลังทำเลเซอร์ต้องพักฟื้นกี่วัน? แตกต่างตามชนิดเลเซอร์
- เลเซอร์ผิวใส / Non-ablative : แดงเล็กน้อย 1–3 วัน
- Ablative Laser : อาจมีสะเก็ดและ downtime 5–14 วัน
แพทย์จะประเมินให้เหมาะกับตารางชีวิตของแต่ละคน
❓ ใครบ้างที่ไม่เหมาะกับการทำเลเซอร์? เช่น
- ผิวที่ไหม้แดดหรืออักเสบรุนแรง
- ผู้ที่ตั้งครรภ์ (บางชนิด)
- ผู้ที่ใช้ยาบางกลุ่ม เช่น Isotretinoin
- ผู้ที่มีโรคผิวหนังเฉพาะบางชนิด
ควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ก่อนทุกครั้ง
❓ เลเซอร์รักษาหลุมสิวหายขาดไหม?
เลเซอร์ช่วยให้หลุมสิว ตื้นขึ้นและผิวเรียบขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ไม่สามารถทำให้ผิวกลับมาเหมือนเดิม 100%
ผลลัพธ์ขึ้นกับชนิดหลุม ความลึก และจำนวนครั้งที่รักษา
❓ เลเซอร์เป็นแค่ “Lunch-time procedure” ทำแล้วไม่ควรมีผลข้างเคียงเลยจริงไหม
ไม่เสมอไปค่ะ เลเซอร์บางชนิดมี downtime น้อย แต่เลเซอร์ที่กระตุ้นการสร้างผิวใหม่ จะเกิด
“การบาดเจ็บแบบควบคุม” จึงอาจมีอาการแดง บวม หรือผิวไวต่อแสงได้ชั่วคราว การดูแลหลังเลเซอร์อย่างถูกต้องช่วยลดความเสี่ยงได้มาก
❓ เลเซอร์แพงและไม่คุ้ม เพราะสกินแคร์ก็ทำได้เหมือนกันใช่ไหม
ไม่ถูกต้องทั้งหมดค่ะ สกินแคร์ไม่สามารถ
- แก้หลุมสิวลึก
- ลดปานเส้นเลือด
- ลบรอยสัก
- กำจัดขนถาวร
เลเซอร์จึงเหมาะกับปัญหาที่สกินแคร์ไปไม่ถึง แต่ทั้งสองอย่างควรทำ ร่วมกัน เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
❓ ทำเลเซอร์บ่อย ๆ จะทำให้ผิวอ่อนแอหรือไม่
ไม่ค่ะ หากทำอย่างเหมาะสม เลเซอร์ใช้หลักการกระตุ้นผิวให้สร้างโครงสร้างใหม่ การตั้งค่าพลังงานและความถี่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ การยิงแรงหรือถี่เกินไปโดยไม่ประเมินผิว อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้
❓ ถ้าหยุดทำเลเซอร์ ผิวจะกลับมาแย่กว่าเดิมหรือไม่
ไม่ค่ะ เลเซอร์ไม่ทำให้ผิว “พึ่งพา” หากหยุดทำ ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ลดลงตามกระบวนการเสื่อมของผิวตามธรรมชาติ
ไม่ใช่แย่ลงกว่าก่อนเริ่มทำ
❓ ก่อนทำเลเซอร์จำเป็นต้องพบแพทย์หรือไม่
จำเป็นมากค่ะ เพราะแพทย์ต้องประเมินชนิดผิว ความเสี่ยง และเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะ เพื่อลดโอกาสเกิดรอยดำ แผล หรือผลข้างเคียงระยะยาว

💡 Tips จาก SUPA-KUNN Clinic
“เลเซอร์ที่ดี ไม่ใช่แค่ยิงแล้วจบ แต่คือการประเมินให้ตรงจุด ดูแลต่อเนื่อง และเลือกสิ่งที่เหมาะกับผิวจริง ๆ”หากคุณกำลังเริ่มต้นคิดจะทำเลเซอร์ การปรึกษาแพทย์ผิวหนังตั้งแต่แรก จะช่วยให้คุณ ปลอดภัย เห็นผล และไม่เสียเวลาไปกับการลองผิดลองถูก



กดดู รายละเอียด โปรแกรม เลเซอร์ ได้ที่นี่ :
https://supakunnclinic.com/service/#service-8
กดดูรายละเอียด โปรแกรม เลเซอร์หน้าใส ของสุภากาญจน์ คลินิก ได้ที่นี่ :
https://supakunnclinic.com/supakunnbestlaserth/




